หมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

11 พฤษภาคม 2563 “วันพืชมงคล” (fourleafclover)

วันพืชมงคล หมายถึง วันที่กำหนดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีเก่ามาแต่โบราณที่เสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรของชาติ

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ปีนี้ จึงงดพระราชพิธีฯ ณ มณฑลท้องสนามหลวง โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ประกอบพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน และหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา เป็นการจัดพิธีภายใน

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://is.gd/UfoMnM

ITOKIN MASK วัตกรรมผ้าที่สามารถยับยั้งแบคทีเรียที่ดื้อยา (MRSA) 99.9 %

” ของมันต้องมี ” นาทีนี้…ห น้ าก า ก อ น า มั ย คือสิ่งจำเป็นที่สุด ใช้แล้วทิ้งทุกวัน..ก็คงจะไม่ไหว !!!

ITOKIN MASK
สามารถนำไปซักและกลับมาใช้งานได้ถึง 100 ครั้ง โดยคุณสมบัติทั้งหมดจะยังคงสภาพเดิม
ด้วยนวัตกรรมผ้าที่สามารถยับยั้งแบคทีเรียที่ดื้อยา (MRSA) 99.9 %.
และ มีคุณสมบัติเป็น Anti-odor (แอนตี้ โอดอร์) ทำให้ไม่มีกลิ่น แม้สวมใส่ต่อเนื่องทั้งวัน ฯลฯ

previous arrow
next arrow
Slider

โดยสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่
คลิกลิงค์ https://lin.ee/8n592CA
Inbox m.me/thaiitokinofficial

#ITOKIN #หน้ากากอนามัย #หน้ากากผ้า #แอนตี้แบคทีเรีย #antibacteria #fashiondoodee #itokinmask

ไฟเขียวขยายสิทธิบัตรทอง ครอบคลุมการรักษา “โควิด-19” จัดงบพันล้านดูแลประชาชน

เมื่อวานนี้ (2 มี.ค. 63) ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อยู่ในประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) พร้อมอนุมัติหลักการให้ใช้เงินกองทุน “รายการรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสม” จำนวนไม่เกิน 1,020 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการเบิกจ่ายในกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของหน่วยบริการ

นายอนุทิน กล่าวว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “กองทุนบัตรทอง” ซึ่งเป็นระบบหลักประกันสุขภาพใหญ่ที่สุดของประเทศ มีภารกิจหลักสำคัญในการดูแลคนไทยให้เข้าถึงการรักษาและบริการสาธารณสุขที่จำเป็น รวมถึงในกรณีที่เกิดโรคระบาดอย่างกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในขณะนี้ ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ยังได้มอบให้ สปสช. ใช้งบประมาณจากองทุนฯ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกัน และควบคุมโรค ในการร่วมสกัดปัญหาการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ แม้ว่าการแพร่ระบาดของประเทศไทยยังอยู่ในระยะที่ 2 คือไม่พบการแพร่ระบาดในประเทศ แต่ สปสช.จำเป็นต้องเตรียมงบประมาณรองรับไว้เพื่อสร้างความมั่นใจและสนับสนุนการบริการของหน่วยบริการในการดูแลผู้ป่วยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

ในวันนี้บอร์ด สปสช.ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ในรายการประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ครอบคลุมดูแลทั้งการป้องกันโรค สร้างเสริมสุขภาพ ตรวจวินิจฉัยโรค รักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ และมอบให้คณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุขที่จำเป็นต่อสุขภาพและดำรงชีวิต พิจารณารายละเอียดมาตรฐาน และแนวทางบริการ

ขณะเดียวกัน บอร์ด สปสช. ยังได้มอบคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุน พิจารณาแหล่งงบประมาณและกำหนดหลักเกณฑ์และการดำเนินงาน วิธี เงื่อนไข และอัตราการรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ โดยเบื้องต้นให้ สปสช.จ่ายชดเชยค่าบริการสำหรับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเงินกองทุนรายการรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสม จำนวนไม่เกิน 1,020 ล้านบาท และให้ติดตามผลการใช้งบประมาณ กรณีที่ไม่เพียงพอ ให้ดำเนินการเพื่อขอรับงบกลางจากรัฐบาลต่อไป โดยงบประมาณที่อนุมัตินี้ไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์และงบประมาณในระบบปกติแต่อย่างใด

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงการปรับปรุงพื้นที่โรงพยาบาลเพื่อรองรับในการดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นั้น ที่ประชุมได้เห็นชอบให้เสนอต่อ รมว.สาธารณสุข พิจารณาออกประกาศเพื่อให้หน่วยบริการสามารถใช้เงินค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยค่าเสื่อมของสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์สำหรับซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์หรือปรับปรุงพื้นที่ในหน่วยบริการมารองรับได้ ซึ่งเป็นวงเงินจำนวน 6,211 ล้านบาท โดยกำหนดเป็นค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามคำสั่ง คสช. ที่ 37/2559 ข้อ 23 (3) 

ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า คณะกรรมการฯ และ สปสช. ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรสาธารณสุขทุกท่านที่เป็นด่านหน้าต่อสู้กับโรคโควิด-19 อย่างเข้มแข็ง และกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้ให้บริการประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทองอยู่แล้ว และสามารถเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายจากกองทุนบัตรทอง เพียงแต่การกำหนดไว้ในประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุข จะทำให้เกิดความชัดเจนในการเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการยิ่งขึ้น ขณะที่งบประมาณที่บอร์ด สปสช. อนุมัติในวันนี้ก็เพื่อให้มีงบประมาณรองรับหากเกิดการระบาดเพิ่มมากขึ้น เป็นการเตรียมความพร้อมไว้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับหน่วยบริการและประชาชน    นอกจากนี้ ภายใต้กองทุนบัตรทองยังมีกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) ที่ดำเนินการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ โดยท้องถิ่นสามารถนำมาใช้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ตามบริบทและความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ เช่น พื้นที่ที่มีประชากรจำนวนมาก เช่น ในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถจัดซื้อหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน เจลแอลกอฮอล์ล้างมือได้ หรือบางพื้นที่อาจจะจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจในการป้องกันโรค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับประชาชนเพื่อป้องกันโรค เป็นต้น ซึ่งขณะนี้มีหลายพื้นที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

ขอบคุณ sanook.com

รู้หรือไม่ ทำไม? หมอถึงสวมใส่เสื้อกาวน์สีขาว (Lab Coat)

รู้หรือไม่ ทำไม? หมอถึงสวมใส่เสื้อกาวน์สีขาว (lab coat)

ในปัจจุบัน เสื้อกาวน์สีขาว เป็นเครื่องแต่งกายตามแบบมาตรฐานของแพทย์ ในประเทศทั่วโลก และรวมถึงประเทศไทย จนทำให้ เสื้อกาวน์สีขาว   กลายเป็นเอกลักษณ์ของแพทย์ไปแล้ว

เดิมที ก่อนศตวรรษที่ 20 ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา เครื่องแต่งกายของแพทย์ คือ เสื้อคลุมสีดำทั้งชุด (black garb) เนื่องจากในสมัยก่อน ชุดสีดำถือเป็นชุดที่เป็นทางการ เป็น Formal Attire ซึ่งมีหลักฐานที่สำคัญชิ้นหนึ่งคือภาพเขียน ที่โด่งดังของ Thomas Eakin ในปี 1875 เป็นภาพในห้องผ่าตัดของ Jefferson Medical College ในเมือง Philadelphia เป็นภาพ Dr. Samuel Gross กับผู้ช่วยกำลัง ผ่าตัดในเสื้อคลุมสีดำทั้งชุด มีชื่อภาพว่า The Gross Clinic

ภาพ The Gross Clinic วาดโดย Thomas Eakins ในปี ค.ศ.1875

https://en.wikipedia.org/wiki/The_Gross_Clinic

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนจากเสื้อคลุมสีดำทั้งชุดเป็น เสื้อกาวน์สีขาว ยังไม่ปรากฎหลักฐานที่ชัดเจน แต่มีการค้นพบหลักฐานที่เกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19  ตามบันทึกของ American Medical Association (AMA)

ซึ่งเหตุผลในการเปลี่ยนมีอยู่ 4 สาเหตุ

  • สีขาวแสดงถึงความสะอาด ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ต่อต้นศตวรรษที่ 20 เป็นช่วงที่ยุโรป มีการรณรงค์ในเรื่องของความสะอาดในโรงพยาบาล หรือ Antisepsis 
  • ในศตวรรษที่ 19 ทางการแพทย์ได้เปลี่ยนไปใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์แบบเต็มตัว ซึ่งเสื้อกาวน์สีขาวจึงเปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของนักวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ มีหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรเขียนไว้ใน Flexner Report ในปี 1910
  • เสื้อกาวน์สีขาว แสดงถึงความบริสุทธิ์ บ่งบอกสถานะอาชีพแพทย์ และความเชี่ยวชาญทางสายอาชีพ
  • เสื้อกาวน์สีขาว สามารถมองเห็นสิ่งสกปรก และสารเคมีที่หยดใส่เสื้อได้อย่างชัดเจน เพราะในขณะที่แพทย์กำลังทำการรักษาผู้ป่วย จำเป็นต้องใกล้ชิดกับผู้ป่วย อาจจะทำให้เกิดคราบเลือด หรือสารเคมีหยดใส่เสื้อได้

ขอบคุณ https://www.bluebearuniform.com/blog/Labcoat-A/